28.9.57

[Review] Mistine Champagne pink complete eye palette

หลังจาก Naked 3 เปิดตัว เราก็อยากจะสอยมาลอง แต่ดูแล้วว่าน่าจะไม่ได้แต่งไปไหนเยอะ
เลยมีสติ ไม่ได้สอยมา แต่ว่าพอ Mistine ทำพาเลตที่คล้ายๆกันออกมา เราเลยขอลองหน่อย
นั่นก็คือ Champagne pink complete eye palette ในราคา 189 บาทเองค่ะ




ด้านหลังเป็นรายละเอียด และชื่อสี แหม ได้แรงบันดาลใจจากแบรนด์ดังมาเต็มๆเลยนะคะ 




สี และชื่อสีทั้งหมดค่ะ มีสีแมท 2 สีค่ะ นอกนั้นเป็นสี shimmer 




ซูมสีใกล้ๆนะคะ ด้านซ้าย




ด้านขวาค่ะ โดยสีทั้งหมดเป็นโทนชมพูน้ำตาล rose gold ค่ะ




แต่งออกมาแล้วได้แบบนี้ค่ะ 



โดยที่เราคัดเบ้าด้วยสี pink squirral แล้วใช้สี passion punch ลงที่เปลือกตา 
แล้วใช้สี Black paradise เขียนขอบตา ทั้งบนและล่างค่ะ 




แล้วใช้สี passion punch ลงหัวตาด้านล่างค่ะ



เนื้อ eyeshadow พอใช้ได้เลยนะคะ แต่งออกมาสีชัดเลย
คุ้มค่าคุ้มราคามากๆค่ะ
xoxO

26.9.57

[Haul+Review] Dona Lashes

บล๊อคนี้เป็นบล๊อคแรกที่เขียนโดยมี Sponsor ค่ะ ตอนที่ทางแบรนด์ติดต่อมาคือดีใจมากกกก
เพราะเราไม่ได้เป็นคนดังอะไร แค่รีวิวในสิ่งที่ชอบ นั่นก็คือขนตาปลอมในพันทิพและจีบัน
ขอบอกว่าก่อนหน้านี้คือมีอีกแบรนด์ใหญ่ติดต่อมาอยากให้ลองใช้ แต่หายจ๋อมมมม 
เราก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ ตามนั้น หุหุ 

ขนตาปลอมยี่ห้อนี้คือ "Dona Lashes" ค่ะ หลังจากได้พัสดุก็แบบว่าตื่นเต้นมากค่ะ 
ส่งมาให้กล่องเบ้อเร้อเลย ทั้งหมด 10 กล่อง กล่องละ 10 คู่ ติดกันเป็นปีไปเลยทีเดียว 

ไปดูกันดีกว่าโน๊ะ



หน้าตากล่องค่ะ เป็นกล่องสีน้ำเงินเข้ม ตัวหนังสือสีทอง ดูวินเทจมากๆค่ะ 
กล่องแข็งแรงดีค่ะ ข้างหลังมีวิธีการติดไว้ด้วยค่ะ




 สาวๆคนไหนสนใจก็ติดต่อตามนี้เลยนะคะ หลายช่องทางมากๆ



ขนตาก็มีหลายแบบนะคะ โดยที่จะมีทั้งแกนด้าย และแกนเอ็น
ขอดีของแกนด้ายคือ ดัดได้ง่าย ไม่ทิ่มตา และไม่เจ็บค่ะ ส่วนแกนเอ็นคือจะใสมองไม่เห็นขอบตา
แต่ว่าแบบนี้ถ้าตัดไม่ดีจะทำให้เจ็บตา และเคืองตาได้ค่ะ 
เอาละมาเริ่มรีวิวขนตากันดีกว่าค่ะ 

1. m16 แกนด้าย เป็นแบบหนาและยาวปานกลางค่ะ เหมาะกับกลางวันก็ได้ กลางคืนก็ดีค่ะ






2. m17 แกนด้าย ไล่ความยาวจากหัวตาไปหางตา โดยที่ความหนาจะเพิ่มขึ้น 2/3 ของหางหางตา 
โดยที่ความยาวไม่ยาวมาก แบบนี้จะเป็นการเพิ่มความหนาให้ขนตาค่ะ ไม่เวอร์เลย ชอบๆ






3.m18 แกนเอ็นจะคล้ายกับเบอร์ m17 แต่ยาวกว่าค่ะ ติดแล้วก็สะพรึงขึ้นอีกหน่อย






4.m19 แกนเอ็น เป็นแบบที่เราไม่เคยมีเลย ลักษณะจะเป็นความสั้นยาวสลับฟันปลา 
โดยช่วงหางตาจะยาวและตกเบาๆ ความหนาไม่หนามากนะคะ ติดแล้วเหมือนตุ๊กตา ตาหวานมากๆค่ะ





5.m20 แกนเอ็น ไม่ยาวมาก จะมีช่อใหญ่สลับเล็กๆ เหมาะกับวันที่ต้องการขนตาหนาๆแต่ไม่ยาวค่ะ





6. SN301 แกนเอ็น แบบนี้เป็นออกแนว Gal แบบญี่ปุ่นๆ เน้นช่วงกลางตา และหางตาตกๆ คล้ายๆ dolly wink #2 Sweet Girly แบ๊วอ่ะ >.<





7.SN302 แกนเอ็น เน้นความยาวค่ะ ติดแล้วดูหวานๆ 






8. SN303 แกนเอ็น เป็นชื่อๆ หนาตั้งแต่กึ่งกลางไปค่ะ ติดแล้วก็ไมเวอร์เกินไปค่ะ





9. SN304 เป็นเบอร์ที่อลังที่สุดใน 10 เบอร์ เป็นช่อๆ ไล่ความยาวจนถึงหางตา ยาวสุด 
สะพรึ่งสุดต้องเบอร์นี้เลยค่ะ





10. SN308 แกนด้าย เราชอบเบอร์นี้มากกกก เป็นแบบไขว้ ไล่ความยาวจนถึงหางตา ติดแล้วดูฟุ้งๆ 
ดูไม่แข็งมาก อย่างที่เคยบอกว่าเราชอบขนตาปลอมที่ไม่ดูเป็นพลาสติก ดูเหมือนเป็นขนจริงๆ ซึ่งเบอร์นี้ก็ใช่เลยค่ะ


หมดแล้วค่ะกับขนตาปลอม Donalashes ขอบคุณทางแบรนด์มากๆนะคะที่ให้ลองมาใช้
ขอบคุณมากๆค่ะ

[Haul] Etude house color lip fit, BB cushion

ทนกระแส BB cushion ไม่ไหวเลยอยากลอง แต่ขอลองของถูกก่อน เพราะทั้งลาเนจ โซวาซู แพงง่ะ
ลอง etude ก่อนละกันค่ะ อันละประมาณ 500 บาท รวมถึงเจ้า lip fit ที่ถูกใจเจ้เหลือเกิน 

เรา pre order มา 3 ครั้ง ไปดูกันเลยค่ะ 

ครั้งที่ 1 Etude house Color lip fit เป็นลิปจิ้มจุ่มเนื้อแมท (อีกแล้ว)  ภาพแรกคือโฆษณาที่ออกมามีทั้งหมด 7 สี บวกสีใสอีก 1




เราสอยมา 5 สี ไล่จากซ้ายไปขวา OR201, OR202, PK003, PK002, RD301 


เปิดออกมาประมาณนี้ค่ะ แมทจริงอะไรจริง สีสวยทุกสีเลยค่ะ เดี๋ยวมีรีวิวต่างหากนะคะ 
ราคาหลอดละประมาณ 280 บาทค่ะ





ครั้งที่ 2 สั่งแบบพร้อมส่ง
1.Etude house BB cushion รุ่น Lock 'n summer พร้อมกับ case mickey mouse รวมกันราคาประมาณ 550 บาท 
2. Etude house Lock 'n summer eyeliner cushion สีม่วงมี glitter ราคาประมาณ 260 บาทค่ะ



ตอนที่เราได้มามันแห้งด้วยแหละ ส่งเมล์บอกแม่ค้า ก็ส่งอันใหม่มาให้ 
ด้วยความที่มันเป็น eyeliner แบบน้ำอะเนอะ ปิดไม่สนิทก็จะทำให้แห้งได้




ดูที่ BB กันมั่ง ตลับหนาๆ ถ้าหมดแล้วสามารถซื้อ re fill มใช้ได้ น่ารักฟรุ้งฟริ้งเลย
วิธีการใช้ให้ค่อยๆกด จนพอใจห้ามปาดนะคะ ปกปิดได้ดีระดับนึงเลย ครั้งแรกที่ใช้ลงแป้งตาม หน้าลอกอ่ะ ลองเปลี่ยนแป้งก็ยังลอก
สุดท้ายไม่ต้องลงแป้ง ลองแบบสาวเกาหลีไง ลงBB ไม่ลงแป้ง หน้าฉ่ำวาว แต่ด้วยความที่ไทยไม่ได้มีอากาศเย็นแบบเกาหลี
เยิ้มซะค่ะ แต่ก็ได้อยู่นะ หน้าหนาวคงพอดีเลย ส่วนหน้าร้อนต้องหาวิธีก่อนค่ะ


ครั้งที่ 3 อันที่จริงสั่งอันนี้ไปก่อนที่ครั้งที่ 2 จะมา  ได้มา 3 อย่างคือ 



1. Etude house magic any cushion base สี magic peach
เอาไว้ลงก่อนลง BB เพื่อปรับสีผิวก่อน พัฟสีชมพูน่ารักมาก ตัวตลับเหมือนกับ BB เลยค่ะ แต่เป็นสีพีช


ข้างในเป็นฟองน้ำแบบนี้ค่ะ ชุ่มฉ่ำไปด้วย base แบบน้ำ

2. Etude Lock 'n summer lip fit สี OR203 ส้มแป๊ดดดดด สะใจมากค่ะ




 3. Etude house precious mineral any cushion อันนี้ยังไม่ได้แกะค่ะ ขอใช้ตัวบนให้หมดก่อน


เจอกันใหม่นะค้าาาาา บ๊ายยย

19.9.57

[Review] Lime Crime velvetine liquid to matte lip stain - Suede Berry

ช่วงนี้รีวิวแต่ lip products เนอะ เป็นช่วงที่บ้าก็จะบ้าซื้อตลอดเลย
อย่างที่เคยรีวิว MUA luxe velvet lip lacquer ไปว่าเราซื้อเจ้านั่นเพราะมันถูกกว่า lime crime
แต่แบบว่าพอเข้าร้าน J Ann ที่ Central plaza Chonburi แล้วเหลือบไปเห็น ราคา 650 บาทเอง
เลยอดใจไม่ไหว ขอลองขอแพงซะหน่อย เพราะว่าตอนนั้นจะไปคอนเสิร์ตริมทะเลที่เกาะเสม็ด
เลยอยากได้สีปากส้มๆมาลองซะหน่อยค่ะ

ชื่อเต็มๆ Lime Crime velvetine liquid to matte lip stain 


สี Suede Berry เป็นสีแดงส้มๆ นมๆ ปนชมพูนิดๆ เอ๊ะยังไง ให้คำนิยามไม่ถูก เป็น 3 สีแรกที่ออกมาค่ะ


เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำ จะเหลวกว่า MUA เวลาปาดจะง่ายมากเพราะเนื้อเหลว ควบคุมทิศทางได้ดี
ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีก็จะเปลี่ยนเป็นเนื้อแมต 
ขอบอกว่าทนมากค่ะ เช็ดเฉยๆไม่ออก ต้องใช้ make up remover




หัวแปรงเป็นแบบ lip gloss ทั่วไปแต่จะสั้นกว่าค่ะ



ทาบนปากได้เยี่ยงนี้ค่ะ จะเห็นว่ามันดูบางๆ ไม่หนักปากดีค่ะ ชอบๆ

โดยรวมถือว่าใช้ได้เลยค่ะ เราให้ 3.5/5 หักที่แพง หุหุ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
xoxo

17.9.57

[Review] ASUS Zenfone 5

วันนี้มารีวิวของที่ไม่เคยรีวิว ซึ่งนั่นก็คือโทรศัพท์มือถือนั่นเองค่ะ 
เปลี่ยนแนวซะหน่อย อยากรีวิวเพราะว่ามันดีจริงๆนะเออ แต่ว่าเราขอรีวิวในฐานะผู้ใช้งานทั่วไป ไม่ได้มีความรู้ลึกๆเรื่องมือถือนะคะ
ย้อนความไปเมื่อวันแม่ที่ผ่านมา iPhone5s หล่นหายไป เสียใจมากจริงๆ จนป่านนี้ก็ยังตามหาไม่เจอ
เลยต้องมองหาตัวตายตัวแทน ด้วยราคาที่ต้องไว้คือ 5000 บาท เพราะไม่มีตัง บ่องตง -_-"
ทีแรกเราซื้อ SAMSUNG DOUS S ราคา 4,600 บาท แต่ใช้ได้อาทิตย์เดียวขายต่อเลย ไม่ดีอย่างแรง
ช้า ดีเลย์ ไม่ทันใจเราเลยค่ะ เลยหาใหม่ดูรีวิวไปก็เจอ ASUS Zenfone5 แต่ราคาเกินงบไป ไม่เป็นไร
จัดมาเลยในราคา 5,990 บาทที่ช้อป ASUS Central Chomburi เหลือเครื่องสุดท้ายด้วย เราอยากได้แดงแต่เหลือแค่สีขาว ก็จัดสีขาวเลยค่ะ 

ไปดูภาพโฆษณา สีที่ขายนะคะ มีหลากหลายสีมาก ดำ ม่วง ทอง แดง และขาว

เครื่องที่เราซื้อมาค่ะ ด้านหน้า

ด้านหลัง


ขนาดเมื่อถือด้วยมือเดียว


RAM 2 GB ความจำภายใน 16 GB ใส่ micro SD card เพิ่มได้สูงสุด 64 GB
กล้องหน้าความละเอียด 2MP กล้องหลัง 8 MP ใช้ได้ 2 ซิม หน้าจอ 5 นิ้ว
หน้าจอเป็นแบบป้องกันรอยขีดข่วน แบตเตอรีที่ขนาด 2,110 mAh

ของแถมมีที่ชาร์จแบตที่ถอดจากตัวadapter เป็นสายเชื่อมต่อกับ computer ได้
แล้วก็หูฟัง เราไม่ค่อยปลื้มหูฟังเท่าไหร่ค่ะ มันไม่พอดีกับหูเราเลยอ่ะ


แอพต่างๆก็โหลดใช้ได้เหมือนของ iOS เราใช้ gamil ก็จะ link จาก account ที่เรามีอยู่แล้วได้เลยค่ะ



มาถึงส่วนที่เราชอบนะคะ ก็คือเวลาเลื่อนหน้าจอลงมมาก็จะเป็นดังรูป ซ้ายสุด 
จะเห็นว่ามีให้ boost เครื่องเวลาใช้ไปแล้วอาจจะทำให้เครื่องช้าลง อันนี้ก็ boost ได้ทำให้เครื่องเร็วขึ้นค่ะ




ต่อไปคือ reading mode หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลๆ เหมือนกระดาษถนอมสายตา
เฮ้ยยยย มันดีอ่ะ เอาไง้อ่านการ์ตูน หรือเข้าดูเว็บต่างๆ ไม่ปวดตา แสบตาเหมือนหน้าจอปกติ



ฟังชันที่เกร๋อีกอย่างก็คือ Glove mode หรือ โหมดถุงมือนั่นเอง แต่อันนี้จะเหมาะกับคนที่อยู่เมืองหนาว
 หรือไปเที่ยวที่หนาวๆ แล้วต้องใส่ถุงมือ เคยสังเกตมั๊ยคะว่าถ้าใส่ถุงมือแล้วจะทัชหน้าจอไม่ได้ 
ต้องซื้อถุงมือสำหรับทัชหน้าจอหรือไม่ก็ต้องถอดถุงมือทั้งๆที่หนาววววว อันนี้เราลองมาแล้วค่ะ
ตอนไปเที่ยวภูกระดึง รำคาญเหมือนกัน แต่เจ้านี่มันมีโหมดนี้มาให้ 
สามารถทัชได้เลยไม่ว่าจะใช้ถุงมืออะไร เริ่ดมั๊ยละ เราลองแล้ว ใช้ได้ไม่มีปัญหา ชอบค่ะ



ในส่วนของ gallery ที่เวลาเลือกรูป 2 รูปขึ้นไปจะสามารถ collage ได้ด้วย ไม่ต้องโหลดแอพให้วุ่นวาย
เพราะปกติเราจะใช้ fotorus ในการรวมรูปค่ะ



ก็เลยได้ว่าจะเอา ratio เท่าไหร่ รวมรูปแบบไหน



จะให้ขอบมนๆหรือเหลี่ยม ก็เลือกได้เลยค่ะ




อีกอย่างที่ชอบคือ weather ที่จำลองว่าดวงอาทิตย์ขึ้นว่าอยู่ตรงไหนแล้ว เวลาที่อาทิตย์ขึ้นและตก 


ส่วนกล้องเราขอบอกว่าเป็นจุดด้อยขอเจ้านี่เลยค่ะ กล้องหลังโฟกัสช้า กล้องหน้าไม่ชัดเท่าไหร่เลย
จากที่เราชอบถ่าย selfie กลายเป็นไม่ค่อยถ่ายเพราะมันไม่ค่อยชัดนี่แหละค่ะ

ภาพจากล้องหลัง




ภาพจากกล้องหน้าค่ะ


แต่เค้าก็มีลูกเล่นด้วยโหมดต่างๆมาให้ถึง 13 mode เลยค่ะ คงต้องค่อยๆเรียนรู้กันไป





แต่ว่าหาซื้อเคสใส่ค่อนข้างยาก ถ้าไปตามตลาดนัดนี่ไม่มีเลยค่ะ ต้องไปห้างซึ่งก็มีราคาแพง
เห็นของจริงขาย 590 บาท แต่ที่ช้อปไม่มีขาย ตอนซื้อเราซื้อมาใช้แก้ขัดก่อนเป็นแบบflip 400 บาท 
แต่ว่ามันดำแล้วอ่ะ ด้วยหน้าที่การงาน เลยใช้แบบนี้ไม่ได้ ดำจริงอะไรจริง





เลยซื้อซื้อในเนต
เราสั่งจาก www.casezenfone.com มีให้เลือกหลายแบบ ไม่แพงด้วยนะ
เราซื้อมา 3 แบบ เราชอบลายนี้มากเลย เลยซื้อมา 2 แบบเลย 



พับมาแล้วเห็นหน้าจอแบบนี้ด้วยน๊าาา 





โดยรวมนะคะ เราว่าทำได้ดี เครื่องตอบสนองได้ดีกับเราที่ใช้ iPhone มาตลอด ในส่วนนี้ขอบอกตรงๆว่าเราเป็นสาวกค่ะ Zenfone5 ทำได้ดีเกินราคาค่ะ ถ้าใครมองหามือถือราคาถูก สเปคเทพ ขอแนะนำนะคะ