10.10.57

[Review] Illamasqua Matte Lip Liquid - Exotic

ไม่น่าเชื่อว่าเราจะซื้อเครื่องสำอาง Hi-end หึหึ
ยังอยากลอง lip จิ้มจุ่มที่เป็นเนื้อแมต เลยจัด Illamasqua Matte Lip Liquid ซะเลย
เราซื้อที่ร้าน Eve and boy สยามซอย1 

 ราคาเต็ม 950 บาท ถ้าจำไม่ผิดนะคะ แต่ลดราคาอยู่เหลือ 750 บาท กล่องหายไปไหนไม่รู้ค่ะ แหะๆ



มีทั้งหมด 3 สี คือ สี Exotic ส้มแป๊ดดด เราซื้อสีนี้มาค่ะ, Surrender สีส้มนมๆ, Forbidden สีชมพูนมๆ 
ใครอยากดู swatch ทั้ง 3 สี กดไปดูของพี่ทราย feonalita click here ได้เลยค่ะ



เราตัวหลอดดูมันใหญ่เกินความจำเป็นค่ะ ดูที่ก้นหลอด มีหน่อยเดียวเองค่ะ


ตัวแปรงเป็นแบบพู่กัน ส่วนเนื้อข้นกว่า lime crime และ MUA  ข้นมากจนทาไม่ไป ต้องปาดออกมาทาหนาๆ เกลี่ยยากมากเลย




ทาออกมาแล้วเป็นแบบนี้ค่ะ จะเห็นว่าขอบไม่เรียบร้อย เพราะมันข้นมากกก
พยายามปาดหลายทีก็มิไป ทำให้ต้องทาหนา แล้วก็นานกว่าจะแห้ง
สรุปว่าเป็นอะไรที่ over price สำหรับเราค่ะ คือมันไม่ได้แบบดีเวอร์ โอ้ จอร์จมันยอดมากอะไรงี้เลย
เอาไว้ทาบางๆละกันเนอะ ใช้นิ่วแตะๆเอาดีกว่า



สำหรับเรายังไม่เคยมีโอกาสทาออกไปไหน เลยยังไม่รู้ว่ามันทนมากน้อยยังไง แต่โดยรวมให้ 2.5/5 ค่ะ
เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเรานะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
xoxo




6.10.57

[Diary] 7.10.14 Winter is coming.

วันนี้อยู่ๆก็อยากเขียนบันทึกขึ้นมา
ตอนที่เราเริ่มทำblog ใหม่ๆ เราเริ่มจากการเขียนบันทึกการจัดฟัน ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว แล้วก็เรื่องเวิ่นเว้อทั่วไปในblog MSN แต่ว่าตอนนั้นโดนยุบไปรวมกับwordpress เราไม่ค่อยชิน เลยเลือกย้ายblog มาที่ blodspot ดีกว่า 
แต่ทุกวันนี้ไม่ได้เขียนบันทึกจัดฟันแล้ว เพราะ ตอนเริ่มทำงานไม่มีเวลาเลย บวกกับหมอห่วยอ่ะ ไปหาที่ไรไม่มีprogress เลย เปลี่ยนยางให้อย่างเดียว 
แต่บันทึกจัดฟันก็ยังมีคนอ่านอยู่นะ ดูได้จากสถิติการดูblog ในแต่ละวัน ต่อไปถ้านึกครึ้มก็จะมาเขียนบันทึกให้ได้อ่านกันนะจ๊ะ (ไม่รู้จะมีคนอ่านมั่งอ่ะป่าว) 
คงเขียนได้มาขึ้นเพราะ เขียนผ่านapplication ในมือถือได้เลย สะดวกมาก ไปเริ่มกันเลยค่าาา
7 ตุลาคม 2557 ตื่นเช้ามาพร้อมกับอากาศเย็นๆ ที่ส่งสัญญาณให้เรารู้ว่า ฤดูหนาวได้มาเยือนแล้ว 
ปกติเราเป็นคนที่ชอบเที่ยวหน้าหนาวมาก ชอบกางเต้นท์ ชอบเดินป่า มันฟินอ่ะ ทะเลพอเที่ยวได้ แต่เราไม่ชอบอากาศร้อน ตัวเหนียวๆ -_-" 
ปีนี้ซื้อตั๋วคอนเสิร์ต Season of love song ที่สวนผึ้งไว้วันที่ 29 พฤศจิกายน นี้ หวังว่าคงจะสนุกนะ 
แล้วปีใหม่ว่าจะไปกางเต้นท์ที่น้ำตกเจ็ดคต สระบุรี แล้วก็เดือนหน้าอยากไปกางเต้นท์ที่เขาใหญ่ด้วย แค่คิดก็มีความสุขแล้ว >.<
รูปภาพเมื่อเช้านี้ตอนรอรถรับส่ง อ๊าาา อากาศดีจุง

4.10.57

[Review] Wet n wild color icon eyshadow

เชื่อว่าหลายๆคนคงได้ลอง eyeshadow ของ wet n wild กันแล้วเนอะ
เรามีอยู่ในครอบครองประมาณนึงเลยอยากจะเอามารีวิวให้ดูกันค่ะ
โดยที่จะรีวิวรุ่น color icon trio ก่อน ซึ่งรุ่นนี้จะมี 3 สี ตัวeyeshadow จะปั๊มลายไว้
browbone คือ ทาโหนกคิ้ว
crease คือ ทากระบอกตา
eyelid คือ ทาเปลือกตา
 ไปดูกันเลยค่าาา


1. I got good jeans ชอบชื่อสีมากๆเลยค่ะ ตรงตัวเลย พาเลตนี้จะเป็นสีฟ้าอ่อน สีน้ำเงินเข้ม และสีทอง สีทองหมดจะเป็นshimmer เล็กๆค่ะ




swatch สีบนหลังมือ สีแน่นมากๆเลยค่ะ โดยเฉพาะสีน้ำเงินเข้ม 



ลองแต่งแล้วได้ประมาณนี้ค่ะ หลับตา



เป็นแบบ smokey eyes หน่อยๆ เรา แต่นิดเดียวคือเข้มมากเลยค่ะ 



2. Walking on eggshells เป็นสีที่อ่อนๆ เหมือนชื่อเลยค่ะ ประกอบด้วยสีขาวมุก สีน้ำตาลอ่อน แล้วก็สีชมพูอ่อนๆ 




ปาดที่หลังมือค่ะ




3.Sweet as candy สีมันคล้ายกับ walking on eggshells มากเลยค่ะ โดยที่สีน้ำตาลกับชมพูจะเข้มขึ้นมาหน่อย 



ปาดหลังมือ สีแน่นอีกแล้ว >.<


สีแน่นมากๆเลยค่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่อง pigmentation แต่ถ้าใครไม่ชอบสีshimmer 
คงต้องเลี่ยงไปนะคะ เพราะไม่มีสีแมทมาให้เลย 
หวังว่าคงจะมีประโยชน์นะคะ 
ไปแล้วค่าาา เจอกันใหม่ xoxo

28.9.57

[Review] Mistine Champagne pink complete eye palette

หลังจาก Naked 3 เปิดตัว เราก็อยากจะสอยมาลอง แต่ดูแล้วว่าน่าจะไม่ได้แต่งไปไหนเยอะ
เลยมีสติ ไม่ได้สอยมา แต่ว่าพอ Mistine ทำพาเลตที่คล้ายๆกันออกมา เราเลยขอลองหน่อย
นั่นก็คือ Champagne pink complete eye palette ในราคา 189 บาทเองค่ะ




ด้านหลังเป็นรายละเอียด และชื่อสี แหม ได้แรงบันดาลใจจากแบรนด์ดังมาเต็มๆเลยนะคะ 




สี และชื่อสีทั้งหมดค่ะ มีสีแมท 2 สีค่ะ นอกนั้นเป็นสี shimmer 




ซูมสีใกล้ๆนะคะ ด้านซ้าย




ด้านขวาค่ะ โดยสีทั้งหมดเป็นโทนชมพูน้ำตาล rose gold ค่ะ




แต่งออกมาแล้วได้แบบนี้ค่ะ 



โดยที่เราคัดเบ้าด้วยสี pink squirral แล้วใช้สี passion punch ลงที่เปลือกตา 
แล้วใช้สี Black paradise เขียนขอบตา ทั้งบนและล่างค่ะ 




แล้วใช้สี passion punch ลงหัวตาด้านล่างค่ะ



เนื้อ eyeshadow พอใช้ได้เลยนะคะ แต่งออกมาสีชัดเลย
คุ้มค่าคุ้มราคามากๆค่ะ
xoxO

26.9.57

[Haul+Review] Dona Lashes

บล๊อคนี้เป็นบล๊อคแรกที่เขียนโดยมี Sponsor ค่ะ ตอนที่ทางแบรนด์ติดต่อมาคือดีใจมากกกก
เพราะเราไม่ได้เป็นคนดังอะไร แค่รีวิวในสิ่งที่ชอบ นั่นก็คือขนตาปลอมในพันทิพและจีบัน
ขอบอกว่าก่อนหน้านี้คือมีอีกแบรนด์ใหญ่ติดต่อมาอยากให้ลองใช้ แต่หายจ๋อมมมม 
เราก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ ตามนั้น หุหุ 

ขนตาปลอมยี่ห้อนี้คือ "Dona Lashes" ค่ะ หลังจากได้พัสดุก็แบบว่าตื่นเต้นมากค่ะ 
ส่งมาให้กล่องเบ้อเร้อเลย ทั้งหมด 10 กล่อง กล่องละ 10 คู่ ติดกันเป็นปีไปเลยทีเดียว 

ไปดูกันดีกว่าโน๊ะ



หน้าตากล่องค่ะ เป็นกล่องสีน้ำเงินเข้ม ตัวหนังสือสีทอง ดูวินเทจมากๆค่ะ 
กล่องแข็งแรงดีค่ะ ข้างหลังมีวิธีการติดไว้ด้วยค่ะ




 สาวๆคนไหนสนใจก็ติดต่อตามนี้เลยนะคะ หลายช่องทางมากๆ



ขนตาก็มีหลายแบบนะคะ โดยที่จะมีทั้งแกนด้าย และแกนเอ็น
ขอดีของแกนด้ายคือ ดัดได้ง่าย ไม่ทิ่มตา และไม่เจ็บค่ะ ส่วนแกนเอ็นคือจะใสมองไม่เห็นขอบตา
แต่ว่าแบบนี้ถ้าตัดไม่ดีจะทำให้เจ็บตา และเคืองตาได้ค่ะ 
เอาละมาเริ่มรีวิวขนตากันดีกว่าค่ะ 

1. m16 แกนด้าย เป็นแบบหนาและยาวปานกลางค่ะ เหมาะกับกลางวันก็ได้ กลางคืนก็ดีค่ะ






2. m17 แกนด้าย ไล่ความยาวจากหัวตาไปหางตา โดยที่ความหนาจะเพิ่มขึ้น 2/3 ของหางหางตา 
โดยที่ความยาวไม่ยาวมาก แบบนี้จะเป็นการเพิ่มความหนาให้ขนตาค่ะ ไม่เวอร์เลย ชอบๆ






3.m18 แกนเอ็นจะคล้ายกับเบอร์ m17 แต่ยาวกว่าค่ะ ติดแล้วก็สะพรึงขึ้นอีกหน่อย






4.m19 แกนเอ็น เป็นแบบที่เราไม่เคยมีเลย ลักษณะจะเป็นความสั้นยาวสลับฟันปลา 
โดยช่วงหางตาจะยาวและตกเบาๆ ความหนาไม่หนามากนะคะ ติดแล้วเหมือนตุ๊กตา ตาหวานมากๆค่ะ





5.m20 แกนเอ็น ไม่ยาวมาก จะมีช่อใหญ่สลับเล็กๆ เหมาะกับวันที่ต้องการขนตาหนาๆแต่ไม่ยาวค่ะ





6. SN301 แกนเอ็น แบบนี้เป็นออกแนว Gal แบบญี่ปุ่นๆ เน้นช่วงกลางตา และหางตาตกๆ คล้ายๆ dolly wink #2 Sweet Girly แบ๊วอ่ะ >.<





7.SN302 แกนเอ็น เน้นความยาวค่ะ ติดแล้วดูหวานๆ 






8. SN303 แกนเอ็น เป็นชื่อๆ หนาตั้งแต่กึ่งกลางไปค่ะ ติดแล้วก็ไมเวอร์เกินไปค่ะ





9. SN304 เป็นเบอร์ที่อลังที่สุดใน 10 เบอร์ เป็นช่อๆ ไล่ความยาวจนถึงหางตา ยาวสุด 
สะพรึ่งสุดต้องเบอร์นี้เลยค่ะ





10. SN308 แกนด้าย เราชอบเบอร์นี้มากกกก เป็นแบบไขว้ ไล่ความยาวจนถึงหางตา ติดแล้วดูฟุ้งๆ 
ดูไม่แข็งมาก อย่างที่เคยบอกว่าเราชอบขนตาปลอมที่ไม่ดูเป็นพลาสติก ดูเหมือนเป็นขนจริงๆ ซึ่งเบอร์นี้ก็ใช่เลยค่ะ


หมดแล้วค่ะกับขนตาปลอม Donalashes ขอบคุณทางแบรนด์มากๆนะคะที่ให้ลองมาใช้
ขอบคุณมากๆค่ะ

[Haul] Etude house color lip fit, BB cushion

ทนกระแส BB cushion ไม่ไหวเลยอยากลอง แต่ขอลองของถูกก่อน เพราะทั้งลาเนจ โซวาซู แพงง่ะ
ลอง etude ก่อนละกันค่ะ อันละประมาณ 500 บาท รวมถึงเจ้า lip fit ที่ถูกใจเจ้เหลือเกิน 

เรา pre order มา 3 ครั้ง ไปดูกันเลยค่ะ 

ครั้งที่ 1 Etude house Color lip fit เป็นลิปจิ้มจุ่มเนื้อแมท (อีกแล้ว)  ภาพแรกคือโฆษณาที่ออกมามีทั้งหมด 7 สี บวกสีใสอีก 1




เราสอยมา 5 สี ไล่จากซ้ายไปขวา OR201, OR202, PK003, PK002, RD301 


เปิดออกมาประมาณนี้ค่ะ แมทจริงอะไรจริง สีสวยทุกสีเลยค่ะ เดี๋ยวมีรีวิวต่างหากนะคะ 
ราคาหลอดละประมาณ 280 บาทค่ะ





ครั้งที่ 2 สั่งแบบพร้อมส่ง
1.Etude house BB cushion รุ่น Lock 'n summer พร้อมกับ case mickey mouse รวมกันราคาประมาณ 550 บาท 
2. Etude house Lock 'n summer eyeliner cushion สีม่วงมี glitter ราคาประมาณ 260 บาทค่ะ



ตอนที่เราได้มามันแห้งด้วยแหละ ส่งเมล์บอกแม่ค้า ก็ส่งอันใหม่มาให้ 
ด้วยความที่มันเป็น eyeliner แบบน้ำอะเนอะ ปิดไม่สนิทก็จะทำให้แห้งได้




ดูที่ BB กันมั่ง ตลับหนาๆ ถ้าหมดแล้วสามารถซื้อ re fill มใช้ได้ น่ารักฟรุ้งฟริ้งเลย
วิธีการใช้ให้ค่อยๆกด จนพอใจห้ามปาดนะคะ ปกปิดได้ดีระดับนึงเลย ครั้งแรกที่ใช้ลงแป้งตาม หน้าลอกอ่ะ ลองเปลี่ยนแป้งก็ยังลอก
สุดท้ายไม่ต้องลงแป้ง ลองแบบสาวเกาหลีไง ลงBB ไม่ลงแป้ง หน้าฉ่ำวาว แต่ด้วยความที่ไทยไม่ได้มีอากาศเย็นแบบเกาหลี
เยิ้มซะค่ะ แต่ก็ได้อยู่นะ หน้าหนาวคงพอดีเลย ส่วนหน้าร้อนต้องหาวิธีก่อนค่ะ


ครั้งที่ 3 อันที่จริงสั่งอันนี้ไปก่อนที่ครั้งที่ 2 จะมา  ได้มา 3 อย่างคือ 



1. Etude house magic any cushion base สี magic peach
เอาไว้ลงก่อนลง BB เพื่อปรับสีผิวก่อน พัฟสีชมพูน่ารักมาก ตัวตลับเหมือนกับ BB เลยค่ะ แต่เป็นสีพีช


ข้างในเป็นฟองน้ำแบบนี้ค่ะ ชุ่มฉ่ำไปด้วย base แบบน้ำ

2. Etude Lock 'n summer lip fit สี OR203 ส้มแป๊ดดดดด สะใจมากค่ะ




 3. Etude house precious mineral any cushion อันนี้ยังไม่ได้แกะค่ะ ขอใช้ตัวบนให้หมดก่อน


เจอกันใหม่นะค้าาาาา บ๊ายยย

19.9.57

[Review] Lime Crime velvetine liquid to matte lip stain - Suede Berry

ช่วงนี้รีวิวแต่ lip products เนอะ เป็นช่วงที่บ้าก็จะบ้าซื้อตลอดเลย
อย่างที่เคยรีวิว MUA luxe velvet lip lacquer ไปว่าเราซื้อเจ้านั่นเพราะมันถูกกว่า lime crime
แต่แบบว่าพอเข้าร้าน J Ann ที่ Central plaza Chonburi แล้วเหลือบไปเห็น ราคา 650 บาทเอง
เลยอดใจไม่ไหว ขอลองขอแพงซะหน่อย เพราะว่าตอนนั้นจะไปคอนเสิร์ตริมทะเลที่เกาะเสม็ด
เลยอยากได้สีปากส้มๆมาลองซะหน่อยค่ะ

ชื่อเต็มๆ Lime Crime velvetine liquid to matte lip stain 


สี Suede Berry เป็นสีแดงส้มๆ นมๆ ปนชมพูนิดๆ เอ๊ะยังไง ให้คำนิยามไม่ถูก เป็น 3 สีแรกที่ออกมาค่ะ


เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำ จะเหลวกว่า MUA เวลาปาดจะง่ายมากเพราะเนื้อเหลว ควบคุมทิศทางได้ดี
ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีก็จะเปลี่ยนเป็นเนื้อแมต 
ขอบอกว่าทนมากค่ะ เช็ดเฉยๆไม่ออก ต้องใช้ make up remover




หัวแปรงเป็นแบบ lip gloss ทั่วไปแต่จะสั้นกว่าค่ะ



ทาบนปากได้เยี่ยงนี้ค่ะ จะเห็นว่ามันดูบางๆ ไม่หนักปากดีค่ะ ชอบๆ

โดยรวมถือว่าใช้ได้เลยค่ะ เราให้ 3.5/5 หักที่แพง หุหุ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
xoxo