17.9.57

[Review] ASUS Zenfone 5

วันนี้มารีวิวของที่ไม่เคยรีวิว ซึ่งนั่นก็คือโทรศัพท์มือถือนั่นเองค่ะ 
เปลี่ยนแนวซะหน่อย อยากรีวิวเพราะว่ามันดีจริงๆนะเออ แต่ว่าเราขอรีวิวในฐานะผู้ใช้งานทั่วไป ไม่ได้มีความรู้ลึกๆเรื่องมือถือนะคะ
ย้อนความไปเมื่อวันแม่ที่ผ่านมา iPhone5s หล่นหายไป เสียใจมากจริงๆ จนป่านนี้ก็ยังตามหาไม่เจอ
เลยต้องมองหาตัวตายตัวแทน ด้วยราคาที่ต้องไว้คือ 5000 บาท เพราะไม่มีตัง บ่องตง -_-"
ทีแรกเราซื้อ SAMSUNG DOUS S ราคา 4,600 บาท แต่ใช้ได้อาทิตย์เดียวขายต่อเลย ไม่ดีอย่างแรง
ช้า ดีเลย์ ไม่ทันใจเราเลยค่ะ เลยหาใหม่ดูรีวิวไปก็เจอ ASUS Zenfone5 แต่ราคาเกินงบไป ไม่เป็นไร
จัดมาเลยในราคา 5,990 บาทที่ช้อป ASUS Central Chomburi เหลือเครื่องสุดท้ายด้วย เราอยากได้แดงแต่เหลือแค่สีขาว ก็จัดสีขาวเลยค่ะ 

ไปดูภาพโฆษณา สีที่ขายนะคะ มีหลากหลายสีมาก ดำ ม่วง ทอง แดง และขาว

เครื่องที่เราซื้อมาค่ะ ด้านหน้า

ด้านหลัง


ขนาดเมื่อถือด้วยมือเดียว


RAM 2 GB ความจำภายใน 16 GB ใส่ micro SD card เพิ่มได้สูงสุด 64 GB
กล้องหน้าความละเอียด 2MP กล้องหลัง 8 MP ใช้ได้ 2 ซิม หน้าจอ 5 นิ้ว
หน้าจอเป็นแบบป้องกันรอยขีดข่วน แบตเตอรีที่ขนาด 2,110 mAh

ของแถมมีที่ชาร์จแบตที่ถอดจากตัวadapter เป็นสายเชื่อมต่อกับ computer ได้
แล้วก็หูฟัง เราไม่ค่อยปลื้มหูฟังเท่าไหร่ค่ะ มันไม่พอดีกับหูเราเลยอ่ะ


แอพต่างๆก็โหลดใช้ได้เหมือนของ iOS เราใช้ gamil ก็จะ link จาก account ที่เรามีอยู่แล้วได้เลยค่ะ



มาถึงส่วนที่เราชอบนะคะ ก็คือเวลาเลื่อนหน้าจอลงมมาก็จะเป็นดังรูป ซ้ายสุด 
จะเห็นว่ามีให้ boost เครื่องเวลาใช้ไปแล้วอาจจะทำให้เครื่องช้าลง อันนี้ก็ boost ได้ทำให้เครื่องเร็วขึ้นค่ะ




ต่อไปคือ reading mode หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลๆ เหมือนกระดาษถนอมสายตา
เฮ้ยยยย มันดีอ่ะ เอาไง้อ่านการ์ตูน หรือเข้าดูเว็บต่างๆ ไม่ปวดตา แสบตาเหมือนหน้าจอปกติ



ฟังชันที่เกร๋อีกอย่างก็คือ Glove mode หรือ โหมดถุงมือนั่นเอง แต่อันนี้จะเหมาะกับคนที่อยู่เมืองหนาว
 หรือไปเที่ยวที่หนาวๆ แล้วต้องใส่ถุงมือ เคยสังเกตมั๊ยคะว่าถ้าใส่ถุงมือแล้วจะทัชหน้าจอไม่ได้ 
ต้องซื้อถุงมือสำหรับทัชหน้าจอหรือไม่ก็ต้องถอดถุงมือทั้งๆที่หนาววววว อันนี้เราลองมาแล้วค่ะ
ตอนไปเที่ยวภูกระดึง รำคาญเหมือนกัน แต่เจ้านี่มันมีโหมดนี้มาให้ 
สามารถทัชได้เลยไม่ว่าจะใช้ถุงมืออะไร เริ่ดมั๊ยละ เราลองแล้ว ใช้ได้ไม่มีปัญหา ชอบค่ะ



ในส่วนของ gallery ที่เวลาเลือกรูป 2 รูปขึ้นไปจะสามารถ collage ได้ด้วย ไม่ต้องโหลดแอพให้วุ่นวาย
เพราะปกติเราจะใช้ fotorus ในการรวมรูปค่ะ



ก็เลยได้ว่าจะเอา ratio เท่าไหร่ รวมรูปแบบไหน



จะให้ขอบมนๆหรือเหลี่ยม ก็เลือกได้เลยค่ะ




อีกอย่างที่ชอบคือ weather ที่จำลองว่าดวงอาทิตย์ขึ้นว่าอยู่ตรงไหนแล้ว เวลาที่อาทิตย์ขึ้นและตก 


ส่วนกล้องเราขอบอกว่าเป็นจุดด้อยขอเจ้านี่เลยค่ะ กล้องหลังโฟกัสช้า กล้องหน้าไม่ชัดเท่าไหร่เลย
จากที่เราชอบถ่าย selfie กลายเป็นไม่ค่อยถ่ายเพราะมันไม่ค่อยชัดนี่แหละค่ะ

ภาพจากล้องหลัง




ภาพจากกล้องหน้าค่ะ


แต่เค้าก็มีลูกเล่นด้วยโหมดต่างๆมาให้ถึง 13 mode เลยค่ะ คงต้องค่อยๆเรียนรู้กันไป





แต่ว่าหาซื้อเคสใส่ค่อนข้างยาก ถ้าไปตามตลาดนัดนี่ไม่มีเลยค่ะ ต้องไปห้างซึ่งก็มีราคาแพง
เห็นของจริงขาย 590 บาท แต่ที่ช้อปไม่มีขาย ตอนซื้อเราซื้อมาใช้แก้ขัดก่อนเป็นแบบflip 400 บาท 
แต่ว่ามันดำแล้วอ่ะ ด้วยหน้าที่การงาน เลยใช้แบบนี้ไม่ได้ ดำจริงอะไรจริง





เลยซื้อซื้อในเนต
เราสั่งจาก www.casezenfone.com มีให้เลือกหลายแบบ ไม่แพงด้วยนะ
เราซื้อมา 3 แบบ เราชอบลายนี้มากเลย เลยซื้อมา 2 แบบเลย 



พับมาแล้วเห็นหน้าจอแบบนี้ด้วยน๊าาา 





โดยรวมนะคะ เราว่าทำได้ดี เครื่องตอบสนองได้ดีกับเราที่ใช้ iPhone มาตลอด ในส่วนนี้ขอบอกตรงๆว่าเราเป็นสาวกค่ะ Zenfone5 ทำได้ดีเกินราคาค่ะ ถ้าใครมองหามือถือราคาถูก สเปคเทพ ขอแนะนำนะคะ




16.9.57

[Review] Flormar Lipstick

lipstick ตัวนี้ซื้อตาม พี่ทราย mhunoiii ตั้งแต่ที่พี่ทรายไปเที่ยวยุโรป 
จนพี่ทรายบอกว่าเค้ามาเปิด shop ที่ไทยแล้ว ตามไปที่ flormar fanpage เลยค่ะ 
ยี่ห้อนี้มาจากประเทศอิตาลีนะคะ
เราซื้อที่ MBK ชั้น 2 ซื้อเป็นshop แรกในไทย BA น่ารักมากกก เราไปวนอยู่ซักพัก ไม่รู้จะสอบอะไรก่อน
lipstick เยอะมากกก สุดท้ายได้มา 2 แท่งค่ะ


2 แท่ง 2 รุ่นค่ะ รุ่นแรก ปลอกสีชมพู pretty cream & glaze lipstick ราคา 190 บาท
และรุ่น long wearing lipstick ราคาไม่แน่ใจน่าจะ 240 บาทค่ะ

ซื้อมา 2 สี คือ P311 และ L03


P311 เป็นสีนู้ดชมพูหวานๆ L03 สีน้ำตาลส้มค่ะ ในรูปจะออกส้มแดงไปหน่อย

เปิดปลอกออกมาสลักคำว่า Flarmar สวยง่ะ ชอบมาก

swatch สี เนื้อเป็นเนื้อครีมแน่นมากกกกก ปาดทีเดียวอยู่ เราชอบเลยละ
ความทนก็ประมาณนึง ราคาไม่แพงมาก คุณภาพดีเลย

สาวๆคนไหนสนใจลองเข้าไปดูสาขาใน fanpage นะคะ 
มีหลายอย่างน่าสนใจทั้งรองพื้น highlight, eyeshadow เราว่าจะไปสอยอย่างอื่นเพิ่มอีกค่ะ
เจอกันใหม่นะะค xoxo

14.9.57

[Review] False lashes: POM VINIJ, Mistine, Maybelline etc.

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวขนตาปลอม กลับมาตามสัญญาที่จะมารีวิวขนตาปลอมอีกนะคะ
เริ่มกันเลยดีกว่านะคะ

1. ขนตาของพี่ป้อม POM VINIJ เราซื้อมาตั้งแต่ที่ยังมีแค่เบอร์เดียว จนตอนนี้มีหลายเบอร์ให้เลือกซื้อ
1 กล่องมี 5 คู่ 300 บาท ค่ะ เป็นขนตาที่เป็นแนวตุ๊กตาที่จะยาวบริเวณกลางตา หัวกับหางตาจะสั้น
เป็นแกนด้าย ติดสบายตามากๆค่ะ

พอติดแล้วไม่เยอะ ไม่น้อยเกิน กำลังพอดี คุณภาพขนตาก็ใช้ได้เลย เราติดมา 5 ครั้งแล้วค่ะ



2. Maybelline Lah factory - สำหรับตา 2 ชั้น
ตัวนี้ได้มาตอนลดราคาเหลือ 299 บาท 2 คู่ ที่วัตสันค่ะ แค่เห็นก็กรี๊ดแล้ว เป็นแบบที่เราชอบค่ะ
ขนตาเป็นแพ ความยาวสลับสั้นยาว และไม่ยาวเกินไป แกนเอ็น แต่ติดง่ายมากค่ะ


ติดแล้วได้แบบนี้ค่ะ กำลังดีไม่เวอร์เกินไป


3. Jumily - Set 03
คู่นี้ได้มาแบบงงๆ และงกๆ เพราะมันลด 50% เหลือประมาณ 250 บาทที่ซูรูฮะ แถมเคสใส่ขนตามาด้วยค่ะ
ไม่เคยซื้อขนตาแพงขนาดนี้ ตอนซื้อคงงงๆ มึนๆเห็นลด 50%ก็คว้าเลย

เป็นขนตาของญี่ปุ่น ลักษณะขนตาจึงมีความยาวกว่ารุปตา และหางตกๆค่ะ 
แกนด้าย ขนเป็นแบบบางเบา ธรรมชาติ แต่ค่อนข้างยาวค่ะ ติดแล้วสบายตาเหมือนไม่ได้ติดเลยค่ะ
รึนี่อาจจะเป็นข้อดีที่ราคาค่อนข้างสูง

4. AMO PASTEL -Type B 
ตัวนี้ซื้อเพราะนางแบบข้างหลังเลยค่ะ ติดแล้วตาหวานมากๆ
ขนตาเป็นสีน้ำตา ฟุ้งๆ แค่ 2/3 ของรูปตา ขนยาวมาก เวลาติดให้ขนตาตกๆหน่อย สไตล์ญี่ปุ่นเค้าละค่ะ
1 กล่อง 3 คู่ น่าจะประมาณ 440 บาท ที่ซูรูฮะเช่นเคย 

นางแบบติดค่ะ ด้านหลังกล่อง

ส่วนนี่เราติดค่ะ หึหึ คือมันยาวมากๆค่ะ ติดแล้วแอบเขิน ไม่รู้จะติดไปไหนเหมืนกัน



5. Mistine Fantastic eyelash - A02
เราซื้อมาจากแคตตาลอคคู่ละ 59 บาทค่ะ เบอร์นี้จะเป็นแกนเอ็น ขนตายาว แต่บางเหมาะกับวันเบาๆ ที่ต้องการลุคหลานๆแบ๊วๆค่ะ


ติดแล้วได้แบบนี้ค่ะ

6. Mistine Fantastic eyelash - A04
แบบนี้เราชอบมากๆค่ะ หนาๆ ไม่ยาวมาก ไล่ความยาวของขนตาจากหัวตาสั้นไล่ไปหางตายาว
แล้วความยาวจะอยู่แค่ตาดำ ไม่เลยไปหัวตา มันดีมากๆเลยค่ะ เพราะเรามีปัญหาขนตาช่วงหัวตาดีด แล้วเค้าก็ทำมาพอดี ไม่ต้องมาตัดอีกค่ะ
เราว่ามันคล้ายๆ Ardell - Demi wipies มากๆเลยค่ะ แต่ราคาถูกกว่า 4 เท่า

ติดแล้วก็ประมาณนี้ค่ะ



7. Mistine Fantastic eyelash - A05
แบบนี้ขอให้คำนิยามว่ากันสาดเลยค่ะ ทั้งหนา ทั้งแน่น เอาไว้ติดไปงาน  ติดไปเที่ยวกลางคืนได้เลยค่ะ

ติดออกมาแล้วเราว่าต้องติดขนตาล่างเพื่อห้รับกับขนตาบนด้วยค่ะ ในรูปจะเห็นว่าข้างล่างมันโล่งๆไปหน่อยค่ะ

หมดแล้วค่ะ สาวๆคนไหนเข้ามาดูรบกวนเม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
จะได้มีแรงตั้งกระทู้ต่อไป 55+ วันนี้ไปแล้วค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาดูกันนะคะ
สวัสดีค่ะ xoxo

12.9.57

[Haul] Mistine, odbo, Mei linda

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีตังใช้ ต้องเก็บเงินไว้เพื่อทำการใหญ่ 
แต่ยังอยากช้อปอยู่เลยต้องหันมาดูของดีราคาถูกซะหน่อยค่ะ
นั่นคือคือเครื่องสำอางยี่ห้อ Mistine, odbo และ Mei linda นั่นเองงงงงง
เครื่องสำอางยี่ห้อเหล่านี้ก็มีขายตามตลาดนัด ร้ายขายของทั่วไปนะคะ
ราคาถูก คุณภาพพอใช้ได้ ก็เลือกเอาที่มีวันผลิตวันหมดอายุ ผู้ผลิตให้ชัดเจนเอาเนอะ
ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นขของถูก เก่า ส่วนผสมไม่น่าเชื่อถือ ทุกอย่างอยู่ที่เราเลือกค่ะ

ไปดูรูปหมู่ นี่คือของที่ได้มามี 4 ชิ้นค่ะ

อย่างแรก แป้งผสมรองพื้น Mistine number 1 Diva SPF 25 PA+++ 
เคยใช้แล้วสมัยตอนเรียนมหาวิทยาลัย ก็ปกปิดดีที่เดียวค่ะ ตลับนี้เป็นตลับที่ 3 ที่ใช้แล้วค่ะ
ราคา 149 บาท

 ต่อไปเป็นดินสอเขียนขอบตา Mei linda Quick eyeliner super waterproof with sharpener 
เคยใช้แล้วเหทือนกันแต่ตอนนั้น package ยังไม่เป็นแบบนี้ ไม่แถมกบเหลาดินสอด้วย
เขียนขอบตาล่างติดทนระดับนึงเลยค่ะ เอาไว้เขียน inner liner ดำเข้ม ตัวดินสอไม่นิ่ม ไม่แข็งจนเกินไปค่ะ ราคา 69 บาทเองงง


คำโปรยด้านหลัง พร้อมการเขียน eyeliner 6 แบบ แต่เราว่าเจ้าตัวดินสอนี้เขียนไม่ได้แบบนี้เป๊ะๆ
ต้องใช้แบบน้ำเขียนถึงจะคมค่ะ

 ตัว package มีเลขที่ใบรับแจ้งสินค้า วันเดือนปีที่ผลิต 

เปิดออกมาก็เป็นดินสอแบบเหลากับกบเหลาดินสอ 2 รู
ที่เหลาแท่งเล็กหรือแท่งใหญ่แบบ NYX jumbo pencil ได้ค่ะ






ของชิ้นที่ 3 คือ Mei linda smooth eyeliner pen ลักษณะ packaging ค่ะ



ขนาด 0.75 g ราคา 79  บาท แท่งเล็กๆ กำลังดี หัวเป็นฟองน้ำ แหลมเรียว เขียน และควบคุมได้ง่ายค่ะ
สีดำสนิท คงต้องมาดูว่าจะทนรึป่าว



อย่างสุดท้าย odbo mineral baked blusher เบอร์ 03 15 g ราคา 89 บาทค่ะ



ตัวนี้เป็นบรัชที่สีสวยมากกก มีทั้งหมด 3 สี ชมพูอ่อน ส้ม แล้วก็ส้มทอง โอ๊ยยยย สวย!!
ดูๆไปก็คล้ายแมคเหมือนกันนะเออ



swatch ทุกสิ่งบนหลังมือให้ดูค่ะ ชอบทุกอันเลย >.<


หมดแล้วสำหรับวันนี้ค่ะ เจอกันใหม่นะคะ 

11.9.57

[Review] Wet 'n wild lipstick in 968 Pinkerbell

ดองไว้นานมาก กลับมารีวิว lipstick จาก wet 'n wild
สีนี้เค้าว่าเป็นสีที่ใกล้เคียงกับ MAC Vivi glam Nicki
ซึ่งเราก็มี สีก็ใกล้เคียงกันจริงๆแหละ
แต่ว่ายังไม่ได้ถ่ายรูป ขอติดไว้ก่อนน๊า
สีนี้จะเป็นสีชมพูอ่อนๆ เหมือนจะสีแรงแต่ทาออกมาแล้วนมๆ หวานๆ
เอาไว้แต่งวันที่แอ๊บหวานๆ



ทาบนปากแล้วจะได้แบบนี้


หน้าเต็มๆค่ะ เราว่าเนื้อมันโอเคเลยนะ ราคาถูกด้วย
ชอบอ่ะ >.<

3.9.57

It's time to say goodbye.... agian

3 กันยายน 2557 วันนี้น้องแนนเดินทางกลับไปเรียนต่อที่ Oxford, UK 
ตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงกว่าๆ แต่ก่อนหน้านั้นน่าฉี่ใส่ที่นอนแล้วมานอนกะแนนด้วย
รู้สึกตัวตั้งแต่ 5.30 น. แต่นอนต่อ ออกเดินทาง 7.30 น. แวะกินข้าว
แล้วเดินทางต่อ ถึงสนามบินประมาณ 9 โมง 
น้องแนนกลับเที่ยวบิน BR67 Bangkok-London EVA Airlines 12.50(Thai) - 19.05(UK) 
นั่งรอเคาท์เตอร์เปิด แม่ก็นั่งรถตู้มาส่ง ต่อ airport link มาถึงประมาณ 10 โมงกว่า


หน้าใหญ่ไปนะ



พอเปิดให้ check in ก็ไปต่อแถวรอ

ระหว่างรอเข้า gate ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย นานๆทีจะมีรูปกะเค้า


รูปหมู่ๆ

กล้องแบตก็จิหมด อดถ่ายรูปรวมเลยต้องถ่ายด้วยiPhone

flight tracking ตอนนี้ 21.25 น. เหลืออีก 3 ช.ม. ครึ่งจะถึง จากแผนที่น่าจะกำลังเข้ายูเครน เอ๊ะ ยังไง
มีรบกันอยู่นิ รึป่าว

พอน้องแนนไปก็ใจหาย มาอยู่ 2 เดือนแล้วหรอ ไวมากกก
เหมือนเพิ่งมาเอง แต่เด๋วปีหน้าเห็นว่าจะกลับมาอีก
กลับไปเรียนต่อเลือกมหาวิทยาลัย แล้วก็จะย้ายไปอยู่หอ
ยังไม่รู้จะเลือกอะไรเลย ยังไงก็สู้ๆนะน้องนะ เป็นกำลังใจ